วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ผลิตภัณฑ์พิงค์ธรรมชาติ มีจำหน่ายแล้ว Urban Tree




พิงค์ธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวเรือน เพื่อผู้รักธรรมชาติ และต้องการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม มีจำหน่ายที่ร้าน Urban Tree

ผลิตจากสิ่งที่ดีที่สุดที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ โดยการนำจุลินทรีย์ DMO (Develop Micro-Organism) ที่มี ประโยชน์ และ ได้รับการพัฒนา มาสกัดพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษชนิดต่าง ๆ (Organic Product) พลังเอ็นไซม์์ และ กลิ่นหอมตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำความสะอาด และกำจัดกลิ่นอับชื้น โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีทุกชนิดที่มีสารพิษตกค้าง
ไม่ใช้สารกันบูด สารแต่งกลิ่น และสีสังเคราะห์ (โดยมีผลการตรวจรับรองคุณภาพ มาตรฐานสินค้า เพื่อส่งออกจากห้องปฏิบัติการ-สถาบันตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ) ประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่ชะล้างออกไปจะช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ ดับกลิ่นเหม็น ตามท่อระบายน้ำ ช่วยรักษาสภาพดินและแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

Natural Organic Household Product Contain no artificial fragrances or synthetic dyes. Use of 20% vegetable-based Sodium Lauryl Ether Sulfate. Certified for export by IQS - Institute of Product Quality and Standardization, Biotechnology Centre, Maejo University.

ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ พิงค์ธรรมชาติ
ปราศจากสารเคมี เป็นมิตรต่อคุณ คนที่คุณรัก และสิ่งแวดล้อม
น้ำยา อเนกประสงค์ผิวส้ม น้ำยาซักผ้า สับปะรด แชมพู มะกรูด แชมพูดอก อัญชัน







แชมพู มะขามป้อม สบู่เหลว ขมิ้นชัน สบู่เหลวผล ไม้รวม น้ำตะไคร้ หอมกลั่น








แชมพู มะเฟืองสำหรับสุนัข ลิปมัน
ข้าว กล้องหอมมะลิอินทรีย์
สมุนไพร ขับไล่แมลง









จุลินทรีย์ บำบัด
จุลินทรีย์ หมัก
จุลินทรีย์ก้อน บำบัดน้ำเสีย


วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ผลิตภัณฑ์บูมกรีนมีจำหน่ายในร้าน Urban Tree


ผลิตภัณฑ์ทำความ สะอาดจากธรรมชาติ

บูมกรีนเป็นผลิตภัณฑ์ รายแรก และราย เดียวของประเทศที่ได้รับเครื่องหมายฉลากเขียว (Green Label) จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ตั้งแต่ปี 2547จนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วยสบู่ เหลว, ผลิตภัณฑ์ล้างจาน, ผลิตภัณฑ์ซักผ้า และน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวอเนกประสงค์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ไม่ระคายเคืองต่อผิวมีความปลอดภัยสูง ปลอดสารก่อมะเร็ง มีส่วนผสมของกรดผลไม้หลายชนิดเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้สาร เคมีง่าย เป็นโรคภูมิแพ้ ต้องการคุณภาพชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนภาชนะบรรจุเป็นขวดที่สามารถรีไซเคิล (Recycle) ฉลากที่ใช้สามารถย่อย สลายได้ ปลอดสาร(พีวีซื) วัตถุดิบหลักที่ใช้ผลิตคือผลไม้ที่ผ่านขบวนการบ่มและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลากว่าีี 10 ปี ได้รับการตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานของรัฐ เช่น กรมวิทย์ฯบริการ, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(ว.ว.) และได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและ ยา(อ.ย.), สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จึงมั่นใจในด้านคุณภาพ ความปลอดภัยต่อ สุขภาพและสิ่งแวดล้อม ชีวิตของท่านมีค่า บูมกรีนได้พัฒนาผลิตสินค้าปลอดสาร พิษ ทุกครั้งที่หยิบใช้บูมกรีนรู้สึกได้ทันทีในความปลอดภัย มีกลิ่นหอมสดชื่น ไม่ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ถนอมเครื่องมือเครื่องใช้ ช่วยขจัดกลิ่นอับได้ทุกประเภท บูมกรีนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ ระบบน้ำอากาศเพื่อเป็นมรดกให้แ่่ก่่ลูกหลาน บูมกรีนคืนชีวิตธรรมชาติสู่ แผ่นดิน (ปฏิบัติกับธรรมชาติอย่างไร ธรรมชาติจะคืนสิ่งที่ได้รับกลับคืนมา)

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากบูมกรีน:

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายและถนอมผิว
ผลิตภัณฑ์สบู่ล้างหน้า
สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวแห้ง
สบู่ ล้างหน้าสูตรธรรมชาติ 100% Natural สำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวแห้ง
(ฉลากสีน้ำเงิน) มี 2 ขนาด 120 ml,220 ml ผิวที่ต้องการการบำรุง เป็นสูตร
อ่อนโยนต่อผิวที่ทำจากธรรมชาติ ไม่ระคายเคืองต่อผิวและดวงตา ผ่าน
ขบวนการบ่ม 3 ปี
สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวผสม
สบู่ล้างหน้าสูตรธรรมชาติ 100% Natural สำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวผสม
(ฉลากสีทอง) มี 2 ขนาด 120 ml, 220 ml ผิวที่ต้องการบำรุง เป็นสูตร
อ่อนโยนต่อผิว ไม่ระคายเคืองต่อผิวและดวงตา ผ่านขบวนการบ่ม 3 ปี
เป็นสูตรเข้มข้น
สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวทั่วไป
สบู่ ล้างหน้าสำหรับผิวมันทั่วไปใช้ได้ทุกสภาพผิวที่ไม่แพ้ง่าย (ฉลาก
สีเขียว)
ช่วย กระชับรูขุมขนให้ดูเต่งตึงปรับสภาพผิวให้มีความยืดหยุ่น
แข็งแรง ลบรอยด่างดำจากสิวฝ้า ช่วยสมานผิว ช่วยล้างสารเคมีตกค้าง
มี 2 ขนาด 120 ml, 220 ml เหมาะสำหรับผิวมันและผิววัยรุ่น วัตถุดิบ
จากธรรมชาติ 97% และสารสกัดจากธรรมชาติ 3% ผ่านขบวนการบ่ม 2 ปี
ผลิตภัณฑ์สบู่อาบน้ำ
สบู่เหลวอาบน้ำสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น(BG1)

สบู่เหลวอาบน้ำสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น(BG1) มี 2 ขนาด 150ml, 300ml
มีส่วนผสมของผลไม้หลายชนิด เช่น มะเขือเทศ มะนาว ส้ม กรด AHA ของ
ผลไม้รวม น้ำมันหอมระเหย น้ำผึ้งบริสุทธิ์ ผ่านขบวนการบ่มด้วยน้ำผึ้ง 2-3 ปี
มีส่วนผสมจากธรรมชาติเข้มข้น มี pH ระดับเดียวกับผิว ได้รับเครื่องหมาย
ฉลากเขียวเป็นรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2547 จนถึง
ปัจจุบัน

คุณสมบัติ : ปรับสภาพผิวให้มีความยืดหยุ่นแข็งแรง ชะลอการร่วงโรยของผิว
ทำให้ผิวชุ่มชื้น รู้สึกผ่อนคลาย (สุคนธบำบัด) ปกป้องผิวพรรณจากการถูก
แสงแดดทำลาย ช่วยขจัดกลิ่นเหงื่อ ปลอดสารพิษตกค้าง

วิธีใช้ : หยดสบู่ลงบนฝ่ามือผสมน้ำเล็กน้อย ลูบไล้ให้ทั่วตัว ทิ้งไว้สักครู่
แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สบู่เหลวอาบน้ำสูตรทั่วไป(BG2)
สบู่เหลวอาบน้ำสูตรผิว ทั่วไป(BG2) มี 2 ขนาด 450ml, 1000ml
มี ส่วนผสมของผลไม้หลายชนิด เช่น มะเขือเทศ มะนาว ส้ม กรด AHA ของ
ผลไม้รวม น้ำมันหอมระเหย น้ำผึ้งบริสุทธิ์ ผ่านขบวนการบ่มด้วยน้ำผึ้ง 2-3 ปี
มีส่วนผสมจากธรรมชาติเข้มข้น มี pH ระดับเดียวกับผิว ได้รับเครื่องหมาย
ฉลากเขียวเป็นรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2547 จนถึง
ปัจจุบัน
ผลิตภัณฑ์แชมพูสระผม
แชมพูสระผมสูตรผมแห้ง

แชมพูสระผมสูตรผมแห้ง(BG1) มี 2 ขนาด 150ml, 300ml
มีส่วนผสม
ของสมุนไพร มะกรูด มะนาว และน้ำผึ้งบริสุทธิ์ ผ่านขบวนการหมักบ่ม
นานกว่าหนึ่งปี ไม่ระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ช่วยขับสารพิษตกค้าง ( Detox )

คุณสมบัติ : ป้องกันผมร่วงและบำรุงรากผมให้แข็งแรง ทำให้ผมดกเงางาม ป้องกันและขจัดรังแค ช่วยบำรุงหนังศีรษะให้ชุ่มชื้นและแข็งแรง ลดอาการ
ตึงเครียดและคัน ปลอดสารก่อมะเร็ง ปลอดสารพิษตกค้าง เป็นสูตรอ่อนโยน สามารถสระได้ทุกวันกับทุกสภาพเส้นผม

วิธีใช้ : ลูบไล้ให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

แชมพูสระผมสูตรผมมัน(BG2)
แชมพูสระผมสูตรผมมัน(BG2) มี 2 ขนาด 450ml, 1000ml มีส่วนผสม
ของสมุนไพร มะกรูด มะนาว และน้ำผึ้งบริสุทธิ์ ผ่านขบวนการหมักบ่ม
นานกว่าหนึ่งปี ไม่ระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ช่วยขับสารพิษตกค้าง ( Detox )


คุณสมบัติ : ป้องกันผมร่วงและบำรุงรากผมให้แข็งแรง ทำให้ผมดกเงางาม
ป้องกันและขจัดรังแค ช่วยบำรุงหนังศีรษะให้ชุ่มชื้นและแข็งแรง ลดอาการ
ตึงเครียดและคัน ปลอดสารก่อมะเร็ง ปลอดสารพิษตกค้าง เป็นสูตรอ่อนโยน สามารถสระได้ทุกวันกับทุกสภาพเส้นผม

วิธีใช้ : ลูบไล้ให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ผลิตภัณฑ์สบู่ล้างมือ
สบู่เหลวล้างมือ

สบู่เหลวล้างมือ มี 2 ขนาด 450ml, 5000ml เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก
ธรรมชาติ ( ส้ม , มะนาว ) สามารถย่อยสลายได้ทางธรรมชาติเป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายและระคายเคืองต่อผิว

คุณประโยชน์

  • กำจัดกลิ่นต่าง ๆ ได้ดี และช่วยฆ่าเชื้อโรค
  • ล้างทำความสะอาดได้ดี และเร็วกว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นเคมี
  • ปลอดสารพิษตกค้าง ปลอดสารก่อมะเร็ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ช่วยประหยัดน้ำ ล้างความลื่นและฟองออกได้ง่าย
  • ช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้นของผิว ไม่เกิดการระคายเคืองต่อผิว ปรับสภาพผิวให้มีความยืดหยุ่น เนียนนุ่ม ทำให้ผิวแข็งแรง
  • เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้สารเคมีง่าย
  • ช่วยบำบัดน้ำเสีย บำบัดกลิ่น และไม่ทำให้ท่อน้ำอุดตัน ใช้เป็นประจำ จะทำให้อากาศสดชื่น

วิธีใช้ : หยดสบู่ลงบนฝ่ามือผสมน้ำเล็กน้อยให้เป็นฟอง ลูบไล้ให้ทั่วแล้ว
ล้างออกด้วยน้ำสะอาด


ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือน, โรงงานและสถานบริการ
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว
น้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวอเนกประสงค์ (BG1)
น้ำยาทำความ สะอาดพื้นผิวอเนกประสงค์(BG1)มี 3 ขนาด 430ml,
1000ml, 5000ml เป็นสูตรเข้มข้น ใช้ทำความสะอาดพื้นผิวได้ทุกประเภท
โดยเฉพาะพื้นผิวที่ต้องการทนุถนอม เช่น หินอ่อน หินแกรนิต เฟอร์นิเจอร์
เครื่องใช้ในครัว สามารถสัมผัสได้โดยตรงทางผิวหนัง และระบบ ทางเดินหายใจ
ทำความสะอาดได้เงา ไม่ ทำลายพื้นผิว ช่วยขจัดกลิ่นอับได้ถาวรแบบธรรมชาติ
บำบัดธรรมชาติ กำจัดท่อน้ำอุด ตัน ช่วยบำบัดน้ำเสีย บำบัดกลิ่น ช่วยประหยัดน้ำ
ไม่ทำให้พื้นลื่นหรือเหนียวมีความ ปลอดภัยสูง ปลอดสารพิษตกค้างมีส่วนผสม
หลักจากเอนไซม์และกรดผล ไม้รวม น้ำมันหอมระเหยจากผิวผลไม้

น้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวอเนกประสงค์(BG2)
น้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวอเนกประสงค์(BG2) มี 1ขนาด 5000ml
ใช้ ทำความสะอาดพื้นผิวได้ทุกประเภท โดยเฉพาะพื้นผิวที่ ต้องการทนุถนอม
เช่น หินอ่อน หินแกรนิต เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในครัว สามารถสัมผัส ได้ โดยตรง
ทางผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ ทำความสะอาดได้เงา ไม่ทำลายพื้นผิว
ช่วยขจัดกลิ่นอับได้ถาวรแบบธรรมชาติ บำบัดธรรมชาติ กำจัดท่อน้ำอุดตัน ช่วย
บำบัดน้ำเสีย บำบัดกลิ่น ช่วยประหยัดน้ำ ไม่ทำให้พื้นลื่นหรือเหนียวมีความ
ปลอดภัยสูง ปลอดสารพิษตกค้างมีส่วนผสมหลักจากเอนไซม์และกรดผลไม้รวม น้ำมันหอม ระเหยจากผิวผลไม้
ผลิตภัณฑ์ล้างแก้ว
ผลิตภัณฑ์ล้างแก้ว, ล้างถ้วยชาม

ผลิตภัณฑ์ล้างแก้ว,ถ้วยชาม, เครื่องใช้ในครัว มี 3 ขนาด 450ml,
1000ml, 5000ml เป็นผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรและทำการผลิตอย่างประณีต
เน้นความ ปลอดภัยสูงสุด มีส่วนผสมของไวน์มะนาวเป็นหลัก ปลอดสารเคมี
ที่ก่อมะเร็ง ปลอดสาร EDTA ปลอดสาร ZeoLite ปลอดสารเคมีที่เป็นกรด
ที่ช่วยในการขจัดคราบมัน ปลอดสาร LAS ซึ่งมีส่วนผสมของเบนซิลที่เป็น
สาเหตุหนึ่งที่สามารถก่อมะเร็ง โดยการซึมเข้าสู่ผิวหนังและทำลายระบบเหงือก
ปลา เหมาะสำหรับล้างขวดนม แก้วน้ำ ภาชนะที่ต้องการทนุถนอม ช่วยขจัดกลิ่น
คาว กลิ่นไม่ติดภาชนะ ถ้วยชามสะอาดแววใส มีกลิ่นหอมสดชื่น ช่วยประหยัดน้ำ
ล้างฟองออกได้ง่าย ไม่มีสารพิษตกค้าง กำจัดกลิ่นอับและป้องกันไม่ให้ท่อน้ำ
อุดตันจากคราบไขมัน ช่วยป้องกันแมลงวันรบกวน ไม่ระคายเคืองต่อผิวทำให้ผิว
ชุ่มชื้น ช่วย Detox สารเคมีตกค้าง เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้สารเคมีง่ายต้องการ
คุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์ซักผ้า
ผลิตภัณฑ์ซักผ้า

ผลิตภัณฑ์ซักผ้า มี 2ขนาด 1000ml,5000ml เป็นผลิตภัณฑ์
ที่ซักได้ทั้งเครื่องและมือ มีส่วนผสมหลักจากเอนไซม์ผลไม้รวม ปลอดสารเรือง
แสง ปลอดสารก่อมะเร็ง ปลอดสารลดความกระด้างของน้ำ ปลอดภัยต่อสุขภาพ
ไม่ระคายเคืองต่อผิว ช่วยถนอมใยผ้า ไม่ทำให้ผ้าซีดและหมองคล้ำ ช่วยขจัด
กลิ่นอับและกลิ่นเหงื่อได้ดี ช่วยยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อรา แม้ตากในที่อับแสง
ไม่มีสารพิษตกค้าง ทำให้ผ้ามีกลิ่นสะอาดหอมสดชื่น ไม่ระคายเคืองต่อระบบ
ทางเดินหายใจ ช่วยประหยัดน้ำล้างออกได้ง่ายน้ำที่เหลือจากการ ซักผ้า
สามารถนำไปรดต้นไม้ได้ และช่วยกำจัดกลิ่นตามที่ระบายน้ำ เหมาะสำหรับ
ผู้ที่แพ้สารเคมีง่ายหรือภูมิแพ้ ผ้าที่ต้องการทนุถนอมและกำจัดกลิ่น เช่น
เสื้อผ้าเด็ก ชุดชั้นใน ผ้าไหม ชุดนอน ฯลฯ เมื่อใช้ประจำจะทำให้ไม่ต้องใช้
น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมีตกค้างตามใยผ้า

ผลิตภัณฑ์ซักชุด ชั้นใน
ผลิตภัณฑ์ซักชุดชั้นใน
ผลิตภัณฑ์ ซักชุดชั้นใน 430ml ซักชุดชั้นในทุกชนิดได้สะอาดหมดจด ช่วย
ยับยั้งแบคทีเรียและป้องกันการเกิดเชื้อรา เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ง่าย ไม่ระคาย
เคืองต่อผิวอ่อนบาง หลังจากซัก 2-3 ครั้ง จะไม่มีกลิ่นเหงื่อติดชุดชั้นใ
น
ด้วย
ส่วนผสมของผลไม้ และสมุนไพ
ร

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ

ผลิตภัณฑ์สเปรย์ ปรับอากาศ
สเปรย์ปรับอากาศสูตรฆ่าเชื้อ

สเปรย์ปรับอากาศ สูตรฆ่าเชื้อ (Lemongrass oil) 170ml

ใช้สำหรับฉีดกำจัดกลิ่นเหม็นอับและฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์ ห้องนอน และ
ห้องทำงาน เป็นสูตรธรรมชาติให้ความหอมสดชื่น ไม่ระคายเคืองต่อระบบทาง
เดินหายใจ สามารถสัมผัสกับผิวได้โดยตรง ไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง สารฆ่า
เชื้อ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเป็นสารสกัดจากส้ม มีความปลอดภัยสูง มีส่วน
ผสมของเอนไซม์มะนาวและมะกรูดช่วยในการดับกลิ่น เพื่อยับยั้งแบคทีเรีย มี
กลิ่นหอมระเหยจากตะไคร้เพื่อให้ความหอมสดชื่น ไม่มีส่วนผสมของ
แอลกอฮอล์ ขจัดกลิ่นได้อย่างถาวรตามวิถีแบบธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ ด้าน
ความปลอดภัย บูมกรีนต้องมาก่อนเสมอ หลังฉีดทำให้อากาศสดชื่น เป็นโอโซน

ผลิตภัณฑ์ แชมพูสุนัข
แชมพูสุนัข
แชมพู สุนัข 250ml

สามารถทำความสะอาดผิวของสุนัขได้อย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดการ
ระคายเคือง ป้องกันการหลุดร่วง ช่วยบำรุงรากขนให้แข็งแรง ขนนุ่ม หนา
ไม่พันกัน เป็นประกายเงางาม ป้องกันและรักษา อาการระคายเคืองของผิวจาก
โรคผิวหนัง ขี้เรื้อนแห้ง ป้องกันเห็บ หมัด สุนัขของท่านจะไม่มีกลิ่นตัว ด้วยส่วน
ผสมพิเศษจากสมุนไพร และผลไม้

มหิดล แปร "แมคคาเดเมีย" เหลือทิ้งเป็นถ่านเพื่อสุขภาพ



มหิดล แปร "แมคคาเดเมีย" เหลือทิ้งเป็นถ่านเพื่อสุขภาพ นักวิจัยมหิดลคิดค้นถ่านเพื่อสุขภาพจากถั่วแมคคาเดเมีย ที่ให้ประโยชน์ต่อผู้ใช้มากกว่าแค่การดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ใช้ต้มดื่มหรืออาบได้ต่างน้ำแร่ราคาแพงแต่ราคาเบาๆ ค่อยๆ แผ่รังสีความร้อน ทำให้ร่างกายอบอุ่น กระตุ้นการทำงานของระบบหมุนเวียนโลหิต เตรียมต่อยอดผลิตเป็นถุงเท้าสำหรับผู้ป่วยโรคกระดูก

รศ.ดร.จิตต์ ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล คิดค้น "ถ่าน แมคคาเดเมียเพื่อสุขภาพ” จากเปลือกและเมล็ดถั่วแมคคาเดเมียเหลือทิ้งในกระบวนการผลิตถั่วแมคคาเดเมีย ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นกว่าถ่านธรรมดาทั่วไป ใช้ได้ทั้งดับกลิ่น ต้มน้ำดื่มและอาบ ใช้ในขั้นตอนปรุงอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าและรสชาติ ตลอดจนเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้เมื่อเลิกใช้งาน

"กระบวนการ ผลิตถั่วแมคคาเดเมียของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงที่เน้นคุณภาพมาก ทำให้มีถั่วที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเหลือทิ้งกว่า 70% และเปลือกถั่วอีกจำนวนหนึ่ง จึงคิดหาวิธีเพิ่มมูลค่าให้ถั่วและเปลือกถั่วเหลือทิ้งเหล่านั้น จนในที่สุดก็ได้เป็นถ่านแมคคาเดเมียเพื่อสุขภาพ เพื่อให้มีประโยชน์และมีมูลค่ามากกว่าถ่านดูดกลิ่นทั่วไปตามท้องตลาด" รศ.ดร.จิตต์ลัดดา กล่าวถึงที่มาของถ่านแมคคาเดเมีย

ถ่าน แมคคาเดเมียจากการวิจัยของทีม รศ.ดร.จิตต์ลัดดา มีคุณสมบัติและคุณประโยชน์มากกว่าถ่านไม้หุงต้มทั่วไป เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตที่เริ่มเผาแมคคาเดเมียที่อุณหภูมิต่ำนาน 4 ชั่วโมง และค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนความร้อนสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียส นาน 1 วัน ทำให้ขจัดความชื้นและสารอินทรีย์ต่างๆ ออกไปได้หมด คงเหลือไว้แต่ธาตุคาร์บอนและแร่ธาตุอื่นๆ เท่านั้น การจัดเรียงตัว ของธาตุคาร์บอนในถ่านมีความเป็นระเบียบและแข็งแรงมากขึ้น มีโครงสร้างเป็นหกเหลี่ยมและมีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่อยู่ทั่วโมเลกุล เมื่อเคาะจะได้ยินเสียงกังวานคล้ายเคาะลงบนโลหะ และยังมีรูพรุนมากมาย โดย ถ่านแมคคาเดเมีย 1 กรัม ประกอบด้วยรูพรุนราว 250 ตารางเมตร หรือพื้นที่ประมาณ 1 สนามเทนนิส

"รูพรุน จำนวนมากทำให้ประสิทธิภาพในการดูดกลิ่นสูง และถ่านแมคคาเดเมียจะไม่เลอะเทอะหรือมีผงถ่านหลุดร่วงออกมา เนื่องจากขจัดความชื้นออกไปหมดแล้ว และธาตุคาร์บอนในถ่านยึดเกาะกันด้วยพันธะที่เป็นระเบียบและแข็งแรงมากขึ้น ขณะที่ถ่านทั่วไปถูกเผาที่อุณหภูมิประมาณ 400-700 องศาเซลเซียส ซึ่งมีรูพรุนน้อยกว่า และยังมีความชื้นและสารอินทรีย์หลงเหลืออยู่ ทำให้ผงถ่านสีดำหลุดร่วงออกมา" รศ.ดร.จิตต์ลัดดา อธิบายเปรียบเทียบ

รศ.ดร.จิตต์ ลัดดา ยังบอกอีกว่า ถ่านแมคคาเดเมียยังให้ประโยชน์อีกหลายอย่างนอกจากการดูดกลิ่นอับชื้นและสาร พิษต่างๆ แล้ว ยังสามารถใช้ทำน้ำแร่สำหรับดื่มหรืออาบได้ด้วย เพราะประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมายเช่นเดียวกับน้ำแร่ในธรรมชาติ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม เป็นต้น เพียงแค่นำถ่านแมคคาเดเมียต้มในน้ำเดือดนาน 10-20 นาที เพื่อฆ่าเชื้อ (sterile) จากนั้นนำไปแช่ในน้ำดื่ม ซึ่งจะช่วยดูดคลอรีน ขณะเดียวกันก็ปล่อยแร่ธาตุอื่นออกมาแทนที่ แต่สำหรับน้ำแร่อาบไม่จำเป็นต้องต้มฆ่าเชื้อก่อน ซึ่งใช้ในลักษณะนี้ได้นานราว 1 เดือน

คุณสมบัติเด่น อีกประการของถ่านแมคคาเดเมียคือ สามารถสร้างประจุลบและปล่อยรังสี อินฟราเรดยาวหรือฟาอินฟาเรด (Far Infrared Ray) ซึ่งมีความยาวคลื่น 6-14 ไมโครเมตร ช่วยป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic waves) จากทีวี คอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ ได้เมื่อนำไปวางไว้ใกล้ๆ อุปกรณ์เหล่านั้น ประจุลบในโมเลกุลสามารถ จับกับอนุมูลอิสระในอากาศได้ จึงเปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศไปในตัว

"รังสีฟาอิน ฟาเรดจะค่อยๆ แผ่รังสีความร้อนออกมา เมื่อนำมาวางใกล้ตัวหรือแช่น้ำอาบจะทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น นอนหลับง่าย จิตใจสุขุมมากขึ้น" รศ.ดร.จิตต์ลัดดา กล่าวและต่อว่า สามารถนำถ่านแมคคาเดเมียที่ฆ่าเชื้อแล้วมาใส่ในหม้อ หุงข้าวหรือตุ๋นเนื้อสัตว์ การแผ่รังสีฟาอินฟาเรดจะช่วยให้ข้าวและเนื้อสัตว์สุกเร็วและสุกอย่างทั่วถึง ทั้งยังมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น เนื่องจากถ่านแมคคาเดเมียมีธาตุโซเดียมอยู่ เมื่อทำปฏิกิริยากับกรดอะมิโนกลูตามิคในอาหารจะเกิดเป็นโมโนโซเดีย มกลูตาเมต ซึ่งก็คือผงชูรสจากธรรมชาตินั่นเอง

ถ่าน แมคคาเดเมียแต่ละลูกใช้ดูดกลิ่นได้นานหลายเดือน หลังจากเลิกใช้แล้วจะนำไปเผาเพื่อทำอาหารปิ้งย่างได้ดี เพราะให้ความร้อนสูง มีขี้เถ้าน้อย ไม่แตกสะเก็ดไฟระหว่างเผาไหม้ และไม่มีก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพระเหยออกมา หรืออาจนำไปวางไว้ใต้ต้นไม้ช่วยเพิ่มแร่ธาตุในดินได้

นอกจาก นี้ รศ.ดร.ยังมีโครงการร่วมกับแพทย์โรคกระดูก ในการนำถ่านแมคคาเดเมียไปเป็นวัตถุดิบผลิตถุงมือและถุงเท้าสำหรับเพื่อใช้ ให้ความอบอุ่นกับร่างกายและบรรเทาอาการเจ็บปวดในผู้ป่วยโรครูมาตอยด์และข้อ อักเสบ

ผู้สนใจผลิตภัณฑ์ถ่านแมคคาเดเมียเพื่อสุขภาพ ติดต่อได้ที่ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล โทรศัพท์ 02-2015110

ในอีกไม่ช้า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้จะมีวางจำหน่าย ที่ร้าน Urban Tree ด้วยน่ะ ประมาณเดือนหรือสองเดือนน่ะครับ

ที่มาของบทความ: http://siweb.dss.go.th/news/show_abstract.asp?article_ID=1504

วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ตลาดนัดสีเขียว NEW Greenmarket

มา แล้ว... ตลาดนัดสีเขียว...เพื่อคนรักสุขภาพ
พบกันทุกวันอาทิตย์ เริ่มอาทิตย์ที่ 23 พ.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 8.00 น. -14.00 น . ณ โถงชั้น 1 ทางไปอาคารจอดรถ โรงพยาบาลบางโพ
รักตัวเองใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมอุดหนุนหลากหลายสินค้าสีเขียวเพื่อสุขภาพ ข้าว ธัญพืขช พืช ผัก ผลไม้ อินทรีย์ ปลอดสารเคมี สมุนไพร และผลิตภัณฑ์ชุมชนฯ

อิ่มกายสบายใจกับสารพันอาหารเพื่อสุขภาพ ร่วม กิจกรรม สาธิต เสวนา เปิดมุมมอง พร้อมช่วยโลกด้วยถุงผ้าร่วมเป็นผู้บริโภคหัวใจสีเขียวกันเถอะ

ตลาดนัดสีเขียวในโรงพยาบาล บางโพ New GREEN Market, Bangpo hospital



สู่เส้นทาง...ตลาดนัดสีเขียวโรงพยาบาลบางโพ

การดำเนินชีวิตของเราทุกวันนี้มีตัวเลือกที่มาพร้อมความสะดวกสบายมากขึ้นทุก วัน แต่สุขภาพและสิ่งแวดล้อมของเรากลับดูเหมือนจะยิ่งแย่ลงสวนทาง ความเป็นอยู่เริ่มห่างไกลวิถีธรรมชาติออกไปเรื่อย ๆ และสารเคมีก็กลายเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน มันแทรกซึมอยู่ในอาหาร เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเราเผลอรับมันเข้าไปอยู่ในร่างกายโดยไม่รู้ตัว นานวันเข้าร่างกายของเราก็ทนรับสารเคมีบางอย่างที่เป็นพิษต่อร่างกายไม่ไหว ก่อเกิดอาการเจ็บป่วย ท้ายที่สุดเราก็ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล หากโชคดีรักษาได้เราก็ยังมีโอกาสรอดที่จะหันกลับมาใส่ใจสุขภาพ แต่ถ้าไม่...ก็คงไม่มีโอกาสสุดท้ายให้เราพูดถึง
ตลาดนัดสีเขียวจึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภค และผู้ผลิตที่รักชีวิต รักตัวเอง รักครอบครัว ห่วงใยสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้มาพบกันโดยเกิดขึ้นจากความพยายามของเครือข่าย ตลาดสีเขียวที่จะเชื่อมโยงให้ผู้ผลิตที่มีใจ มีอุดมการณ์ ที่จะผลิตผลแนวทางเกษตรอินทรีย์ หรือทำอาหารจากวัตถุดิบปลอดสารเคมีตกค้างต่าง ๆ และเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เกิดขึ้นตามฤดูกาล หรือเป็นผลิตภัณฑ์ ข้าวของเครื่องใช้ที่มีกระบวนการผลิตตามวิถีธรรมชาติไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ใช้ในสิ่งที่ธรรมชาติให้พร้อมคืนกลับเมื่อใช้ไปแล้ว มีโอกาสได้พบกับกลุ่มผู้บริโภคที่มีแนวความคิด อุดมการณ์ตรงกันแต่ไม่สามารถหาสิ่งดังกล่าวได้ เครือข่ายสีเขียวจึงรวบรวมผู้ผลิตเหล่านี้เข้ามา สร้างเป็นรูปแบบตลาดนัดสีเขียวให้เกิดขึ้น เพื่อพบปะผู้บริโภคสังคมเมืองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้





แล้วสิ่งที่พยายามทำก็เริ่มเห็นผล เราได้ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของ อาหารที่ผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เกิดจากธรรมชาติปลอดสารเคมี กลายเป็นกลุ่มลูกค้าขาประจำ บางรายถึงไม่ซื้อสินค้าก็มักจะแวะมาพูดคุย ให้กำลังใจกับสมาชิกในเครือข่ายตลาดนัดสีเขียวเสมอ ๆ กลายเป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าแม่ค้าและลูกค้าธรรมดา เนื่องด้วยผู้บริโภคเข้าใจถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในเรื่องของราคาที่ สูงกว่าสินค้า ผลผลิตต่างๆ ทั่วไปในตลาด และเห็นความสำคัญในสิ่งที่ตลาดนัดสีเขียวพยายามทำและสื่อสารออกมา จากนั้นเราได้พบว่าสิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือยังมีผู้คนอีกมากมายไม่ใช่ไม่เห็นความสำคัญหรืออันตรายที่เกิดจากการ ตกค้างของสารเคมีที่อยู่ในอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่เรากินเราใช้ในในแต่ละวัน แต่ผู้คนบางส่วนก็ไม่รู้และไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าสารเคมีที่เป็นอันตรายเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรต่อตนเอง จนกระทั่งมันสะสมภายในร่างการกายเกินรับไหวก่อเกิดอาการเจ็บป่วยตามมาแล้ว ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หรือบางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะหาวิธีการป้องกันหรือเลือกอาหารการกินที่ดีต่อ ร่างกาย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร เราจึงมีแนวความคิดว่า จะดีกว่าไหมหากผู้บริโภคเหล่านี้ได้มีการป้องกัน ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองมากกว่าที่ต้องมาต่อคิวรอรักษาอาการเจ็บป่วย และแล้วตลาดนัดสีเขียวในโรงพยาบาลจึงเกิดขึ้น
เราเริ่มการทำโครงการตลาดนัดสีเขียวในโรงพยาบาล โดยมีการเชื่อมโยงเครื่อข่ายภายในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในตลาดสีเขียวจึงมีการเฟ้นหาแกนนำหัวใจสีเขียวทั้ง จากโรงพยาบาลและจากกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการสีเขียว ร่วมแรงผลักดันให้เกิดตลาดนัดสีเขียวขึ้น งานนี้ต้องขอขอบคุณคณะทำงานจากโรงพยาบาลบางโพทั้ง 5 ท่าน ทั้งจากฝ่ายพัฒนาคุณภาพ ฝ่ายโภชนาการ และฝ่ายอื่นๆ ที่ร่วมแรงร่วมใจผลักดันให้เกิดตลาดนัดสีเขียวครั้งนี้ขึ้น เริ่มกันตั้งแต่การเชื่อมโยงผู้ผลิต/ผู้ประกอบการที่ผลิตแบบปลอดภัยไร้สาร เคมี ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่ใส่ใจต่อผู้บริโภคจริงๆ เข้าสู่โรงพยาบาล ทั้งในรูปแบบตลาดนัดสีเขียว หรือเข้าสู่ครัวของโรงพยาบาล





กำหนดเปิดตลาดนัดสีเขียวโรงพยาบาลบางโพ เป็นตลาดนัดทุกวันอาทิตย์ เริ่ม 23 พฤษภาคมนี้ ขอเชิญผู้บริโภคหัวใจสีเขียวทุกท่านมาอิ่มกายสบายใจ กับสารพันอาหารเพื่อสุขภาพ ร่วมกิจกรรมเสวนา สาธิต รับความรู้ เปิดโลกเปิดมุมมอง มาช่วยโลกด้วยธนาคารถุง ธนาคารขยะที่ทุกคนทำได้...

พบกันทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่ วันที่ 23 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป ณ โถงชั้น 1 ทางไปที่จอดรถ โรงพยาบาลบางโพ









กำหนดการเปิดตลาดนัด

9.00 – 9.30 น. เชิญแขกผู้มีเกียรติ,ประธาน เข้าสู่พิธีเปิด
9.30 – 10.00 น. ดนตรี TRIO วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.ศิลปากร ,
วาดภาพประกอบดนตรีโดย อ. ดินหิน รักพงษ์อโศก ม. ราชภัฏสวนดุสิต
10.00 – 10.15 น. การแสดงจากศูนย์เยาวชนเตชะวนิช
10.20 – 11.20 น. เสวนา “กินเป็น...ลืมป่วย”
11.20 – 11.50 น. ละครใบ้ mime กินดีชีวีมีสุข
12.00 – 12.30 น. สาธิต การทำวุ้นน้ำดอกไม้ โดย โสรัจ เบณจกุศล
12.30 – 12.50 น. การแสดงจากศูนย์เยาวชนเตชะวนิช
12.50 – 13.00 น. ปิดงานมอบรางวัลแก่ผู้บริโภคหัวใจสีเขียว

บทความจาก: http://www.thaigreenmarket.com/hospital-detail.php?id=241

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

ความร้ายแรงของสารเคมีในสบู่ที่เราใช้น่ากลัวแค่ไหน

สารเคมีสังเคราะห์ในสบู่เหลวภัยเงียบที่มองไม่เห็น

ดัง ได้กล่าวแล้วว่าส่วนประกอบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตสบู่เหลวนั้นเป็นสารเคมี สังเคราะห์ จะมีส่วนผสมของสมุนไพรหรือสารสกัดจากธรรมชาติอยู่บ้างก็เป็นส่วนน้อย ส่วนผสมของสบู่เหลวมีอยู่ 2 ส่วนคือ ส่วนประกอบหลักและส่วนประกอบเพิ่มเติม

ส่วนประกอบหลัก
ส่วน ประกอบหลักคือ สารชำระล้าง (detergent) เพื่อทำหน้าที่ในการทำความสะอาด ชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากผิวหนัง สารชำระล้างแบ่งออกเป็นหลายชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติ และประสิทธิภาพในการทำความสะอาดแตกต่างกัน และมีความเหมาะสมกับผิวแต่ละชนิดแตกต่างกันไปด้วย สารชำระล้างที่ใช้ในสบู่เหลวแบ่งออกเป็น 4 ชนิดคือ
สารชำระล้างชนิดประจุลบ มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดได้ดีกว่าชนิดอื่น ทำให้เกิดฟองเร็วและมากราคาถูก จึงเป็นที่นิยมใช้เป็นสารหลักในสบู่เหลว แชมพู น้ำยาล้างจาน และน้ำยาทำความสะอาดอื่นๆ แต่สารชำระล้างชนิดประจุลบนี้ค่อนข้างแรง จึงอาจระคายเคืองต่อผิว ที่นิยมใช้มีอยู่หลายตัวเช่น
กลุ่ม fatty alcohol sulfate เช่น sodium lauryl sulfate
กลุ่ม fatty alcohol ether sulfate เช่น sodium lauryl ether sulfate
กลุ่ม alkyl ether sulfosuccinate เช่น sodium lauryl ether sulfosuccinate

สารชำระล้างชนิดประจุบวกมีประสิทธิภาพในการชำระล้าง และเกิดฟองน้อยกว่าชนิดประจุลบระคายเคืองต่อผิวหนัง และเนื้อเยื่อตา มีราคาแพงแต่มักจะนำมาใช้ร่วมกับสารชำระล้างชนิดประจุลบในปริมาณไม่มากนัก เพื่อช่วยแก้ไขจุดอ่อนของสารชำระล้างชนิดประจุลบ เพื่อไม่ให้สบู่เหลวมีประจุลบมากเกินไป ตัวอย่างของสารเคมีในกลุ่มนี้ได้แก่
polyquaternium 7, 10, 22
quaternary esters

สารชำระล้างชนิดไม่มีประจุ มีประสิทธิภาพในการชำระล้างได้ดี แต่มีฟองไม่มาก เป็นสารเคมีที่มีความอ่อนโยนกว่าสองชนิดที่ผ่านมา จึงมักใช้ในสบู่เหลวสำหรับเด็ก หรือใช้เป็นสารเสริมร่วมกับสารชนิดประจุลบ ตัวอย่างของสารเคมีในกลุ่มนี้ได้แก่ polyxyethylene fatty alcohols
สารชำระล้างชนิดสองประจุ สารชำระล้างในกลุ่มนี้ให้ฟองปานกลางและระคายเคืองต่อผิวน้อย จึงนิยมใช้ในการผลิตสบู่เหลวที่อ่อนโยน สบู่เหลวสำหรับเด็ก ตัวอย่างของสารเคมีในกลุ่มนี้ได้แก่ cocamidopropyl betaine

ส่วนประกอบรอง ที่อาจเพิ่มเติมเข้าไปในสบู่เหลว ได้แก่
สารปรับสภาพผิว ช่วยเพิ่มความอ่อนนุ่มให้แก่ผิวสารที่นิยมใช้ได้แก่ PEG - 7 glycerylco coate
สารทำให้ข้น เพื่อเพิ่มความเหนียวหนืดให้แก่สบู่เหลว สารที่นิยมใช้ได้แก่
coconut diethanolamine
lauric acid diethanolamine
sodium chloride หรือเกลือแกง
PEG 6000 distearate
PEG - 55 propylene glycol oleate

สารที่ทำให้เกิดประกายมุก เพื่อทำให้สบู่เหลวดูสวยงาม น่าใช้ ดูมีราคา สารที่ใช้ได้แก่ ethylene glycol distearate
ตัวทำลาย ช่วยเพิ่มความสามารถในการละลายน้ำของส่วนประกอบที่ไม่ละลายน้ำ เช่น น้ำหอม สารที่ใช้ได้แก่ PEG - 40 hydrogenated castor oil
สารกันเสีย สารที่นิยมใช้ได้แก่
methyl paraben, propyl paraben
2- bromo-2-nitro-1, 3 propanediol
isothiazolinone derivertives

ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น สีน้ำหอม สารฆ่าเชื้อโรค สมุนไพร วิตามินอี เป็นต้น โดยทั่วไปการใช้สารเคมีเหล่านี้ในการผลิตสบู่เหลว จะมีข้อกำหนดอย่างเข้มงวดในเรื่องของเกรดของสารเคมีที่เหมาะสมต่อผิว ปริมาณและความเข้มข้นที่เหมาะสม เพราะหากมีการใช้เกรด ปริมาณ และความเข้มข้นที่ไม่เหมาะสม เพราะหากมีการใช้เกรด ปริมาณ และความเข้มข้นที่ไม่เหมาะสม ก็จะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ในระยะเวลาอันสั้น เช่น ทำให้เกิดอาการแพ้ถ้าเข้าตาจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบ หรือถึงขั้นตาบอดได้ เป็นต้น
อย่างที่กล่าวแล้วว่า สารเคมีสังเคราะห์เหล่านี้สามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้ แล้วไปสะสมอยู่ในเซลล์อวัยวะภายในและกระแสเลือด มีรายงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์ในยุโรปและอเมริกายืนยันว่า สารเคมีเหล่านี้มีโอกาสที่จะทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง ตัวอย่างเช่น
สาร SLS และ SLES สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และจะไปสะสมอยู่ในดวงตา สมอง หัวใจ และตับ ซึ่งจะมีผลเสียต่ออวัยวะเหล่านี้ในระยะยาว SLS สามารถเป็นสาเหตุของโรคต้อกระจกในผู้ใหญ่ และมีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสายตาของเด็ก ทั้ง SLS และ SLES สามารถก่อให้เกิด nitrosamine ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อมันถูกใช้ร่วมกับ DEA : Diethanolamine หรือ TEA : Triethanolamine ซึ่งเป็นสารประกอบรอง

DEA หรือ TEA เมื่อทำปฏิกิริยากับ nitrosating agent ที่อาจปนเปื้อนมากับสารเคมี (เช่นสารกันบูด) ที่ใช้ในสบู่หรือเกิดขึ้นในกระบวนการผลิตและเก็บรักษา จะทำให้เกิดสาร introsamine ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ผลการศึกษาของโครงการพิษวิทยาแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาพบว่า DEA และ TEA สามารถซึมผ่านผิวหนัง และสะสมอยู่ในอวัยวะภายใน และเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในตับและไต สำนักงานคณะกรรมอาหารและยา สหรัฐอเมริกาก็มีคำแนะนำให้ลดการใช้ DEA และ TEA แต่ก็ปรากฏว่าสารเคมีทั้งสองนี้ยังพบได้ไม่ยากในสบู่เหลว แชมพู และ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ

PEG หรือ Polyethylene เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ทดแทนสารเพิ่มความชุ่มชื้น จึงมักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และถนอมผิวพรรณสถาบันเผยแพร่ข้อมูลด้านความปลอดภัยของวัตถุในสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการใช้ PEG เพราะเป็นสารที่ระคายเคืองต่อผิวมาก และอาจเป็นสาเหตุของ ความผิดปกติในตับและไตได้นอกจากนี้สารเคมีในกลุ่ม PEG มีโอกาสที่จะปนเปื้อน dioxanes ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้เป็นมะเร็งในตับและจมูกได้ กระทรวงสาธารณสุขของไทยก็มีประกาศข้อห้ามและข้อกำหนดในการใช้ PEG ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเครื่องสำอางเช่นเดียวกัน

นี่เป็นเพียง ตัวอย่างของสารเคมีเพียงไม่กี่ตัว แต่ก็เป็นตัวหลักๆ ที่ใช้ในสบู่เหลว ยังมีสารเคมีอีกหลายตัวในสบู่เหลวที่สามารถส่งผลได้ในลักษณะเดียวกัน หรือแตกต่างกันออกไป ถึงแม้เรื่องนี้จะมีการพูดถึงมาหลายปีแล้ว ก็ตามแต่ก็นับว่ายังเป็นเรื่องใหม่ โดยเฉพาะสำหรับสังคมไทย และอันตรายที่เกิดจากสารเคมีเหล่านี้ก็ยังไม่ได้แสดงผลอย่างชัดเจน จึงมักจะมีคำถามอยู่คำถามหนึ่งที่ถูกถามขึ้นมาเสมอว่า ถ้าเป็นจริงตามข้อมูลที่กล่าวมา ทำไมหน่วยงานที่รับผิดชอบจึงปล่อยให้มีการใช้สารเคมีเหล่านี้ในหมู่สบู่เหลว หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ อยู่อีก? คำตอบของคำถามนี้ก็คงเหมือนกับคำถามที่ว่า ทำไมรัฐบาลจึงปล่อยให้มีการผลิตบุหรี่ เหล้า อยู่อีก? หรือทำไมจึงปล่อยให้มีการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงในการปลูกพืชผักอยู่อีก? จึงอยากให้เราลองชั่งใจดูว่าจะเชื่อข้อมูลของฝ่ายไหนดี จะยังเชื่อคำโฆษณาของผู้ผลิตและใช้สบู่เหลวกันต่อไปหรือจะเริ่มฟังหูไว้หู กับคำเตือน ว่าสารเคมีเหล่านี้อาจจะก่อผลเสียทั้งเบาทั้งหนักแก่เราได้อย่างไม่ทัน รู้ตัว แล้วลองถามตัวเราเองต่อไปว่า จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใช้ต้องใช้สบู่เหลวที่มีสารเคมีล้วนๆ จะไม่พยายามลดการใช้สารเคมีลงไปบ้างหรือลองหาทางเลือกอื่นๆ ในการที่จะไม่ใช้สารเคมีกับร่างกายเรา หันกลับไปใช้สบู่ก้อน ซึ่งโดยทั่วไปจะมีสารเคมีน้อยกว่าหรือหันไปใช้สมุนไพร สารจากธรรมชาติในการทำความสะอาด หรือหากยังชอบใจการใช้สบู่เหลวอยู่ละก็ ลองหันไปหาสบู่เหลวธรรมชาติ ซึ่งก็คงจะหาซื้อค่อนข้างยาก ทางที่ดีลงมือทำสบู่เหลวธรรมชาติที่แท้จริงใช้เองซ่ะเลย ว่าแต่ว่าคุณรู้หรือไม่ว่า สบู่เหลวที่แท้จริงคืออะไรและทำได้อย่างไร?


เอกสารอ้างอิง : " เครื่องสำอางเพื่อความสะอาด " เขียนโดย ผศ.พิมพร ลีลาพิสิฐ
พิมพ์ โดย ศูนย์ส่งเสริมตำราและเอกสารวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์ พ.ศ. 2532 " คู่มือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเศรษฐกิจชุมชน "
จัดพิมพ์โดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข กันยายน พ.ศ. 2543

ความปลอดภัยของสาร SLS ( Sodium Lauryl Sulfate) ในเครื่องสําอาง

ความปลอดภัยของสาร SLS ( Sodium Lauryl Sulfate) ในเครื่องสําอาง

ขณะนี้ได้มีข่าวเกี่ยวกับสาร SLS ( Sodium Lauryl Sulfate) ว่าเป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้ต่างประเทศได้ยกเลิกการใช้สารประเภทนี้ไปแล้ว แต่ในประเทศไทยยังมีการนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง โดยเฉพาะสบู่เหลว ซึ่งใช้กันทุกเพศทุกวัย อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไม่ได้นิ่งนอนใจได้ทำการสืบค้นและติดตาม ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของสารที่ใช้ในเครื่องสำอางมาโดยตลอด โดยเฉพาะกรณี ความปลอดภัยของสาร SLS ( Sodium Lauryl Sulfate) ในเครื่องสำอาง

สารโซเดียม ลอริล ซัลเฟต หรือที่นิยมเรียกในชื่อย่อว่า เอสแอลเอส (Sodium Lauryl Sulfate : SLS) เป็นสารที่มีคุณสมบัติลดแรงตึงผิวของน้ำ ทำให้เกิดฟอง ช่วยให้สิ่งสกปรก คราบไขมันหลุดออกไปได้ง่ายขึ้น จึงเรียกง่ายๆ ว่าเป็นสารทำความสะอาด นิยมใช้ทั้งในวงการอุตสาหกรรมและเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น เครื่องสำอาง น้ำยาล้างจาน (โดยใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้) เครื่องสำอางที่นิยมผสมสารนี้ ได้แก่ เครื่องสำอางที่ใช้แล้วล้างออกด้วยน้ำ เช่น สบู่เหลว แชมพู ตลอดจนยาสีฟัน

และจากการศึกษาวิจัยทั้งในสัตว์ทดลองและในคน พบว่าอันตรายของสารนี้ คือ ระคายเคือง ต่อดวงตา และผิวหนัง โดยความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารนี้ในผลิตภัณฑ์ และระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์สัมผัสร่างกาย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่ชัดเจนสรุปว่าสาร SLS มีความเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดมะเร็งในคน ซึ่งข้อมูลความเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดมะเร็งจากสารกลุ่มนี้ อาจมาจากสิ่งปนเปื้อนที่เป็นสารก่อมะเร็ง คือ 1,4 Dioxane แต่ปัจจุบันในกระบวนการผลิตสารทำความสะอาด สามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนนี้ได้ด้วยการใช้ระบบสูญญากาศ (ซึ่งไม่เป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก) อีกทั้งได้มีการศึกษาพบว่า โอกาสที่จะพบ 1,4 Dioxane ในเครื่องสำอางสำเร็จรูปมีน้อย จึงไม่ควรกังวลว่าสาร SLS ในเครื่องสำอางจะก่อให้เกิดมะเร็ง

ทั้งนี้เครื่องสำอางที่ผสมสาร SLS อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้บ้าง เช่น แชมพูเข้าตาทำให้แสบตา หรือฟอกสบู่เหลวนานเกินไป อาจระคายเคืองผิว ทำให้ผิวแห้งได้ ขณะนี้ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย รวมทั้งประเทศไทย มิได้ห้ามใช้สารนี้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง แต่หากผู้บริโภคต้องการหลีกเลี่ยงสาร SLS ในเครื่องสำอาง สามารถเลือกใช้เครื่องสำอางที่ฉลากระบุว่า “ Sodium Lauryl Sulfate Free” ได้

ขณะนี้มีสารทำความสะอาดอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กัน คือ Sodium Laureth sulfate (SLES) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า SLS และยังไม่มีข้อมูลความเสี่ยงเกี่ยวกับการเป็นสารก่อมะเร็ง

ดังนั้น ผู้บริโภคไม่ควรตื่นตระหนกกับเรื่องนี้จนเกินไป หากพบข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของสาร หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ โดยเฉพาะข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชิงบวก หรือเชิงลบ จำเป็นต้องตรวจสอบแหล่งที่มา ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ตลอดจนข้อเท็จจริงต่างๆ ให้กระจ่างชัด ก่อนที่จะดำเนินการหรือตัดสินใจใดๆ

แหล่งที่มา: http://www.fda.moph.go.th/prac/watch/tips/sls.shtml